นายกฯ เยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ร่วมบายศรีสู่ขวัญ อวยพรวันเกิด ยืนยันโครงการไทยนิยม ยั่งยืนไม่ใช่หาเสียง ขอประชาชนสัญญาไม่ย้อนกลับไปก่อนปี 57 ต้องมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจที่จังหวัดหนองบัวลำภูในช่วงบ่ายวันนี้(22 มี.ค.) ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่าได้ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ รับฟังการนำเสนอข้อมูลการดำเนินงาน เยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ และจะร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านตามโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” กับประชาชนในพื้นที่ โดยชาวบ้านได้ผูกผ้าหมี่สลับขิดซึ่งเป็นผ้าทอพื้นบ้านของจังหวัดหนองบัวลำภูให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี พร้อมมอบบายศรีสู่ขวัญและผูกข้อมือ แหล่อวยพรนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ซึ่งตรงกับเมื่อวานนี้(21 มี.ค.) และกล่าวถึงโครงการที่นายกรัฐมนตรีทำให้ประชาชน โดยเฉพาะโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่ทุกคนให้การต้อนรับ การผูกข้อมมือเปรียบได้กับเป็นการผูกใจสองข้างเข้าหากัน

นายกรัฐมนตรี ร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้าน โดยตัวแทนประชาชน ได้ขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยขุดเจาะน้ำบาดาล ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร และทำสะพานลอยข้ามถนน และอุโมงค์ทางลอดให้สามารถสัญญจรได้สะดวก ซึ่งนายกรัฐมนตรี รับหลักการไว้ทั้งหมด และจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ สิ่งใดทำได้ทันทีก็จะทำ

“คำว่าไทยนิยม ไม่ใช่การเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต้องเป็นแบบของประเทศไทยที่เป็นสังคมสมานฉันท์ เป็นสังคมแห่งความร่วมมือพูดคุย แลกเปลี่ยนกันได้ นับฟังความคิดเห็นต่าง วันนี้เป็นการเตรียมการประเทศไปสู่ความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้ได้ในอนาคต ไม่ว่าใครจะเป็นมารัฐบาลต่อจากนี้ วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่องานการเมือง อาจจะมีคนมาพูดจาโน่นนี่ว่ามาเช็คคะแนนเสียง ผมไม่ต้องการคะแนนเสียง คะแนนเสียงเดียวผมก็ทำให้ แต่การทำงาน คะแนนเสียงอย่างเดียวไปไม่ได้ ประเทศชาติจะติดหล่มอยู่ที่เดิม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้มาหนองบัวลำภูเพราะเป็นจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุด ไม่ได้เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง รัฐบาลต้องมองคนอย่างนี้ มองคนที่แตกต่างในคุณภาพชีวิต ถ้าไล่ดูอยู่จังหวัดที่ 76 ก็ไม่ไหว ปล่อยกันมาอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลแก้ปัญหาทุกปัญหาเพื่อปลดล็อค และเดินมาสู่ไทยนิยมยั่งยืนในวันนี้ หากเราไม่แก้ปัญหากฎระเบียบ วิธีการ การบูรณาการ วันนี้ก็ไม่สามารถแก้ได้ ไม่อย่างนั้นไทยนิยมก็ลงไม่ได้ วันข้างหน้าไทยนิยมจะต้องอยู่

“ไทยนิยมคือคนไทยใช่หรือไม่ คนไทยต้องไม่ทะเลาะกัน คนไทยต้องรักกัน นี่คือวิธีการบริหารราชการ คือวิธีการทำงานตามปกติทุกส่วน ซึ่งเป็นการบริหารราชการจากบนลงล่าง และต้องขับเคลื่อนไปสู่ข้างล่างหรือประชารัฐ แต่บางโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ขอให้เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการทำเพื่อขับเคลื่อนไปก่อน เพราะเป็นการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้น แต่เราไม่สามารถหว่านได้ทุกอย่างเพราะไม่มีเงิน และมีหลายเรื่องที่ต้องพัฒนา 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลทำทุกอย่าง มีกฎหมายเร่งด่วนกว่า 300 ฉบับ ดำเนินการไปแล้วกว่า 100 ฉบับ ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่คนรวยไม่ติดคุก แต่คนจนติดคุก รัฐบาลนี้เข้ามาเจอแต่ปัญหา จึงต้องปลดล็อคหลาย ๆ เรื่อง นำกฎหมายทุกอย่างมาทำให้ได้ โดยที่ส่วนรวมไม่เสียหาย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลกำลังสร้างสถาปัตยกรรมอาเซียนในเรื่องของความยากจน วันนี้โลกไปถึงไหนแล้ว แต่เรายังอยู่ในเรื่องประชาธิปไตย และการเมือง เป็นหลัก ต้องให้การเมืองเดินของการเมืองไป ให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม อย่าเอามาตีกันหมด ทำให้เกิดความขัดแย้งที่หลากหลาย

“ผมก็เหน็ดเหนื่อยกับการเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ แทนที่จะมาคิดหาเงิน เอาภาษี มาทำอย่างไร เพื่อแก้ปัญหา ไม่ให้คนรายได้น้อยเดือดร้อน ผมไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อนสักคน โครงสร้างเป็นปัญหาของเรา ที่ผ่านมาอาจจะไม่ชัดเจน ไทยนิยมคือการทำให้ประชาชนในพื้นที่ยืนได้ด้วยตนเอง ทุกคนก็ต้องรู้มาสามปีครึ่งเกือบสี่ปีแล้ว ปีละ 52 สัปดาห์ทุกวันศุกร์ รวมแล้วเกือบ 200 กว่าครั้ง นั่นคือหลักคิดของผมในการสร้างประเทศ อย่างไร ค่อย ๆ มา ซึ่งจะสอดคล้องกับการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รายได้ทั้งหมดของรัฐมาจากภาษีและการท่องเที่ยวทั้งหมดอยู่กับประชาชน อยู่กับเจ้าของกิจการ ไม่ได้อยู่กับรัฐ วันนี้ต้องนำรายได้เหล่านี้มาให้กับท้องถิ่น ซึ่งไม่สามารถเก็บกันเองได้ ในวันข้างหน้าท้องถิ่นจะต้องมีรายได้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ต่างประเทศมาลงทุนจำนวนมากเพราะบ้านเมืองสงบสุข เพราะพวกเราสงบสุข ซึ่งนักลงทุนบอกว่าถ้าเป็นแบบเดิมก่อนปี 57 จะไม่มาลงทุน แล้วนักลงทุนถามว่าเมื่อเลือกตั้งแล้วจะกลับไปที่เดิมหรือไม่

นายกรัฐมนตรีได้หันไปถามประชาชนว่าจะกลับไปที่เดิมหรือไม่ ประชาชนตอบว่าไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สัญญาแล้วนะ สัญญาไม่ใช่สายันห์ อย่ากลับไปที่เดิมโดยเด็ดขาด เราจะต้องมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล อย่าเลือกเพราะรู้จัก แล้ววันหน้าถ้าพวกนี้ไม่ได้ พวกนั้นมา อีกพวกหนึ่งมาอีก ประชาชนไม่ได้อะไรเหมือนเดิม กลับไปกลับมาอยู่แบบนี้ ต้องเป็นอย่างรัฐบาลทุกวันนี้ที่ไปได้ทุกพื้นที่ ไปทุกตารางนิ้วของประเทศไทย ไม่ใช่พรรคหนึ่งไปได้ พรรคหนึ่งไปไม่ได้

“ต้องหารัฐบาลที่ไปได้ทุกพื้นที่ อยู่ที่เรา เราดีกับเขา เขาก็ดีกับเรา ไม่มีบุญคุณระหว่างกัน บุญคุณที่มีวันนี้ ผมทำของผม ท่านทำของท่านแล้วเกิดผลผลิตขึ้นมา แล้วจะเกิดบุญคุณตอบแทนแผ่นดิน ถึงเราจะจนถึงเราจะยากไร้ รายได้น้อย แต่เรามีแผ่นดินที่เป็นอิสระให้ยืน ให้ทุกคนให้ฝัง ให้ปลูกดิน นี่ประเทศไทยไม่ใช่ของใคร ไม่ใช่ของผม ของทุกคนของปวงชนชาวไทย วันนี้ไม่ใช่การหาเสียง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปลูกพืชเชิงเดี่ยวว่าชอบหรือไม่ ปลูกข้าวแล้วได้ราคาเดียวกันหมด ข้าวจะต้องมีคุณภาพ ราคาต้องต่างกันหมด แต่ถ้าคิดว่าปลูกข้าวอะไรก็ได้ แล้วจะได้ราคาเดียวกัน น้ำไม่มีก็เสียหายไปหมด รัฐบาลก็เสียเงินอุดหนุนไปชดเชยอีก เป็นการเสียซ้ำเสียซ้อน แทนที่จะนำเงิน มาสร้างในสิ่งที่ประชาชนร้องขอ คงทำทางด่วนได้ 7 ชั้นแล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันหน้าถ้าเรามีรัฐบาลที่คิดละเอียด ว่าจะทำอย่างไร ซึ่งตนจะถามในเดือนมิถุนายน ซึ่งเขาบอกว่าจะไม่มาตอบผม กลัวผมจะรู้หรือไง ก็เขาจะมาพูดให้ท่านฟัง รัฐบาลหรือใครที่จะมาเลือกตั้ง อย่าไปฟังเฉพาะตอนที่เขาหาเสียง ไม่เอา ผมต้องการสร้างการเรียนรู้ตรงนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยไม่มีชนชั้น ไม่มีไพร่อะไรทั้งสิ้น มีใครเขาพูดกันว่า ไพร่หมื่นล้าน มีไหม ไม่มีนะ ไพร่เลิกตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ไปแล้ว มีที่ไหนทาส พูดส่งเดชไปเรื่อย ถ้าใครพูดอย่างนี้ถือว่าดูถูกเรา

“วันนี้เราต้องเดิน ไม่ใช่การเมืองมานำประเทศ เอาการพัฒนาไทยนิยมยั่งยืนมานำประเทศ การเมืองต้องมาตามการพัฒนา มาทำไทยนิยมมาตามกติกา ไม่ใช่ให้การเมืองมาชี้นำ ผมพูดเลยไม่ใช่การเมือง ผมทำงานการเมือง ดูแลประชาชนทั้งประเทศ 77 จังหวัด คนทุกคนทุกกลุ่มรวย กลาง ปานกลาง ยากจน ข้างล่างทุกรัฐบาลต้องดูแล คนไทยไม่ทิ้งกันเผื่อแผ่แบ่งปัน ตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่อยู่กับเรามา 70 ปีแล้ว ซึ่งรัชกาลปัจจุบันให้ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด ทำให้จบ วันนี้ยังมีอีก 168 โครงการที่ยังไม่ได้ทำ ต้องทำให้จบ ส่วนใหญ่ติดคน ติดการบุกรุก ติดประชาชนไม่ยินยอม เพราะที่ทั้งหมดเป็นของประชาชนไม่ใช่ของหลวง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวตำหนิบางกลุ่มในพื้นที่ที่ทำแบบสอบถามประชาชนว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีคือการหาเสียงหรือไม่ และจะเลือกนายกรัฐมนตรีคนนี้หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน การทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดี

“จะบ้าหรือเปล่า หายใจเป็นการเมืองตลอด ไม่รู้ยังไงประเทศไทย ประเทศอื่นบอกประเทศไทยให้ความสำคัญการเมืองมากเกินไป เลยทำให้เศรษฐกิจแย่ไปหมด ทั้งที่ไทยมีศักยภาพมากมาย มัวแต่ขัดแย้งเรื่องพื้นที่แบ่งสี ความนิยม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรีได้ถามประชาชนว่าเกลียดผมใช่หรือไม่ มีคนเขาบอกอยู่ แต่ยังไงผมก็รัก มาช่วย เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ถ้าคนไทยไม่ช่วยคนไทยแล้วใครจะช่วยทั้งศึกนอก ศึกใน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรีได้ติดตามหาเอกสารแบบสอบถามดังกล่าว เนื่องจากมีการกล่าวอ้างว่าเป็นแบบฟอร์มสอบถามจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้ออก.-สำนักข่าวไทย

Related Posts

คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง เล่นอย่างไร??

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อปกป้องคนอื่น

ชัยชนะเหนือไอร์แลนด์ของนิวซีแลนด์

นักเรียนที่ถูกลักพาตัวจากโรงเรียน

การยืนยันความยั่งยืนทางสังคม

Danny Welbeck ทำคะแนนได้ 5 ประตูใน 10 นัดในศึกอาร์เซนอลในฤดูกาลนี้